ทำไมมนุษย์ต้องมีศาสนาด้วย

อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า

فَأَقِمْ وَجْهَكَ لِلدِّينِ حَنِيفًا فِطْرَةَ اللَّهِ الَّتِي فَطَرَ النَّاسَ عَلَيْهَا لَا تَبْدِيلَ لِخَلْقِ اللَّهِ ذَلِكَ الدِّينُ الْقَيِّمُ وَلَكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ

ดังนั้น เจ้าจงผินหน้าของเจ้าสู่ศาสนาที่เที่ยงธรรมเถิด เป็นธรรมชาติของอัลลอฮฺที่พระองค์ทรงบันดาลมนุษย์มาบนนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการบันดาลของอัลลอฮฺ นั่นคือศาสนาที่เที่ยงธรรม แต่มนุษย์ส่วนมากไม่รู้ (รูม / ๓๐)

คำว่า ดีน ตามหลักการหมายถึงความรู้โดยรวม กฎเกณฑ์ และคำสั่งต่าง ๆ ที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงกำหนดขึ้นมาและให้ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เป็นผู้ประกาศสั่งสอน เพื่อการชี้นำมนุษย์และนำพาสังคมไปสู่ความผาสุก กฎเกณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย ๓ ประเด็นหลักดังต่อไปนี้

หลักการศรัทธา

หลักจริยศาสตร์

หลักการปฏิบัติ

ประเด็นที่จะอธิบายตรงนี้คือหลักการศรัทธา แต่ก่อนที่จะเข้าไปสู่เนื้อหาสาระจำเป็นต้องกล่าวถึงประโยชน์และความจำเป็นของการมีศาสนาโดยสังเขปเสียก่อน

ความจำเป็นของการมีศาสนา

มนุษย์บนโลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาอย่างไร้จุดมุ่งหมายเนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ผู้ทรงรอบรู้ยิ่งมิอาจกระทำในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์หรือไร้เป้าหมายได้ โองการอัล-กุรอานและริวายะฮฺจำนวนมากมายได้กล่าวถึงเป้าหมายของการสร้างมนุษย์ไว้ว่า พระองค์ประสงค์ให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ มีความประเสริฐทางด้านจิตวิญญาณ และพัฒนาตนไปสู่ตำแหน่งที่สูงส่ง แน่นอนมนุษย์จะไม่มีวันไปถึงยังเป้าหมายที่สูงส่งได้อย่างเด็ดขาด ถ้าปราศจากการวางแผนที่ละเอียดอ่อน ขาดการปฏิบัติและปราศจากกฎเกณฑ์ ฉะนั้น การไปถึงยังตำแหน่งที่สูงส่งจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยกฎเกณฑ์ และหลักการปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งสามารถปกป้องสิทธิทั้งส่วนตัวและสังคมส่วนรวมได้ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนให้เกิดความสงบสุขและเสรีภาพ พร้อมทั้งนำเสนอและแสดงแนวทางที่นำไปสู่ความสมบูรณ์ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณและความผาสุกต่าง ๆ แก่เขา

เป็นที่ชัดเจนว่าแนวทางที่สมบูรณ์เช่นนี้สติปัญญาของมนุษย์ที่อยู่ในขอบเขตจำกัด และความคิดที่ยังมีความบกพร่องไม่อาจทำให้สำเร็จได้ เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการในรูปแบบต่าง ๆ อีกมากมายเช่น มนุษย์ต้องการพระผู้สร้างตนแต่มนุษย์ไม่รู้จักพระองค์ มนุษย์ไม่รู้จักแนวทางที่จะนำพาไปสู่เป้าหมาย ไม่รู้จักสิ่งที่จะทำให้มนุษย์พบกับความผาสุกทั้งโลกนี้และโลกหน้า แต่ทว่ามนุษย์ส่วนมากรู้ว่าความจำเริญและความผาสุกที่แท้จริงอยู่ที่การขวนขวายให้ได้มาซึ่งความปรารถนาทางวัตถุและผลประโยชน์ทางโลก โดยหลงลืมความต้องการทางด้านจิตวิญญาณและปรโลกหน้า และที่เลวร้ายไปกว่านั้นมนุษย์ได้เลือกและถือว่าผลประโยชน์และเครือญาติของตนใหญ่กว่าผลประโยชน์ของคนอื่น มนุษย์จึงทำทุกอย่างเพื่อให้สมใจปรารถนา

สรุปได้ว่าความสุขที่แท้จริงของมนุษย์ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ขึ้นอยู่กับความศรัทธาที่ถูกต้องมั่นคง และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่อิสลามได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งนำเอาหลักการเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งที่เป็นหน้าที่ส่วนตัวและสังคม ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงไม่สามารถปฏิเสธความจำเป็นของการมีศาสนาได้

ประโยชน์ของการมีศาสนา

ประโยชน์ของการมีศาสนาสามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประการดังนี้

ประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ที่เป็นส่วนตัว

ประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ที่เป็นส่วนรวม

ประโยชน์ส่วนตัวของการมีศาสนานั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งประเด็นหลักเป็นที่ชัดเจนไม่มีความคลางแคลงในแต่อย่างใด แต่จะขอยกตัวอย่างสัก ๓ ประการ ดังนี้

ทำให้จิตใจสงบมั่น

ทำให้จิตวิญญาณมีความมั่นคงแข็งแรง

ปกป้องบุคลิกภาพของตน

ความสงบสุขของจิตใจ

อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า

الَّذِينَ آمَنُواْ وَتَطْمَئِنُّ قُلُوبُهُم بِذِكْرِ اللّهِ أَلاَ بِذِكْرِ اللّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ

บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงสังวรเถิดว่าการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นที่ทำให้จิตใจสงบ  (อัรเราะอฺดุ / ๒๘)

ประโยชน์สำคัญประการหนึ่งของการมีศาสนาสำหรับทุกคนคือ การได้รู้จักพระผู้เป็นเจ้า มีความศรัทธามั่นต่อพระองค์ซึ่งพระองค์คือแก่นแท้ที่มั่นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง พระองค์คือแหล่งกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง และพระองค์คือผู้ให้ความโปรดปรานแก่สรรพสิ่งเหล่านั้น การมีชีวิต เกียรติยศ และการมีความสุขล้วนอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ จิตใจของผู้ศรัทธาจึงสงบมั่น มีสติ มีความพึงพอใจ ไม่หวั่นเกรงและมีความอดทน แน่นอนผู้ที่มีพระผู้เป็นเจ้าอยู่ในใจเขาย่อมมีทุกสิ่ง เมื่อจิตรำลึกถึงพระองค์ย่อมไม่มีความกลัวความสูญสิ้น หรือวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและเป็นไป

ความมั่นคงทางจิตวิญญาณ

ศาสนาสามารถเปลี่ยนแปลงมนุษย์ให้ทีความมั่นใจ มีความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจและสามารถควบคุมอารมณ์ปรารถนาของตนได้ อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสถึงครอบครัวของท่านอิมามอะลี (อ.) ว่า

يُوفُونَ بِالنَّذْرِ وَيَخَافُونَ يَوْمًا كَانَ شَرُّهُ مُسْتَطِيرًا  وَيُطْعِمُونَ الطَّعَامَ عَلَى حُبِّهِ مِسْكِينًا وَيَتِيمًا وَأَسِيرًا إِنَّمَا نُطْعِمُكُمْ لِوَجْهِ اللَّهِ لَا نُرِيدُ مِنكُمْ جَزَاءً وَلَا شُكُورًا 

พวกเขาปฏิบัติตามคำบนบาน และกลัววันหนึ่งซึ่งโทษทัณฑ์และความชั่วร้ายของมันจะกระจายไปทั่ว  และพวกเขาให้อาหารเนื่องด้วยความรักต่อพระองค์แก่คนยากจน เด็กกำพร้าและเชลยศึก (พวกเขากล่าวว่า) อันที่จริงเราให้อาหารแก่พวกท่าน โดยความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ เรามิได้ปรารถนาผลตอบแทนและการขอบคุณใด ๆ จากพวกท่าน (อินซาน / ๗-๙)

แน่นอนคุณลักษณะเหล่านี้จะเกิดบนจิตใจของผู้ที่มีความศรัทธามั่นคง และเชื่อในพลานุภาพที่ไม่สูญสิ้นของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามถ้าเป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอคุณลักษณะเหล่านี้จะไม่ปรากฏบนจิตใจของพวกเขาเด็ดขาด จิตใจที่เข็มแข็งที่มีความผูกพันกับพระผู้เป็นเจ้าสามารถกล่าวได้ว่า ถ้าเอาพระอาทิตย์วางไว้ในมือขวา และเอาพระจันทร์วางไว้ในมือซ้ายเขาก็จะไม่เบี่ยงเบนจิตใจออกจากแนวทางและเป้าหมายที่มีความสูงส่งอย่างแน่นอน

ปกป้องบุคลิกภาพของตน

ประโยชน์ประการที่สามคือ การปกป้องบุคลิกภาพ การดูแลและควบคุมมนุษย์ให้ออกห่างจากคุณลักษะที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียและการทำลายล้าง ศาสนาสามารถปกป้องผู้ที่มีความศรัทธาต่อการเริ่มต้น และการสิ้นสุดจากความเสียหาย บาปกรรม การริดรอนสิทธิของผู้อื่น และการกดขี่ข่มเหง

ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ถ้าหากฉันต้องนอนบนต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมในเวลากลางคืนและตื่นตลอดทั้งคืน หรือถูกกระชากด้วยโซ่ตรวนที่คล้องคออยู่นั้น สำหรับฉันแล้วยังดีกว่าการได้พบกับอัลลอฮฺและศาสดาของพระองค์ในวันกิยามะฮฺ ในสภาพของผู้กดขี่ปวงบ่าว ผู้ฉ้อฉลทรัพย์สินบางสิ่งบนโลก ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ถ้าหากพระองค์ประทานสวรรค์ทั้งเจ็ดแก่ฉัน และทุกสิ่งที่อยู่ภายใต้ฟากฟ้าเพียงเพื่อให้ฉันขัดคำสั่งและแย่งเปลือกข้าวบาร์เล่จากปากมดฉันจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด (นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ ซุบฮิ ซอลิฮฺ คุฏบะฮฺที่ ๒๒๔)

ด้วยเหตุนี้ จะเห็นว่าศาสนาได้ทำให้มนุษย์สนใจต่อพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งผลที่ได้รับคือทำให้เขาเป็นผู้มีจิตใจสงบสุข จิตวิญญาณมีความเข็มแข็งและปกป้องเขาให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย

ถ้าหากมนุษย์เชื่อมั่นต่อศาสนาที่มีความถูกต้อง และใช้ประโยชน์อย่างดีที่สุดจากศาสนานั้น ความสุขที่เขามุ่งหวังเขาก็จะได้รับด้วยความสิริมงคลของศาสนา เนื่องจากศาสนาได้ให้ประโยชน์ทั้งด้านวัตถุและจิตใจ ศาสนาทำให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคนมีจิตใจเข็มแข็ง มีความสงบ และเป้นผู้มีจิตใจสูงส่ง และศาสนายังได้ปกป้องให้มนุษย์รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย ซึ่งผลสุดท้ายทำให้เขาเป็นคนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ทรัพย์สินที่หามาได้ถูกเก็บรักษาอย่างดี ชีวิตมีแต่ความราบรื่น มีชื่อเสียง และบั้นปลายสุดท้ายชีวิตจะมีแต่ความสุข อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า

مَنْ عَمِلَ صَالِحًا مِّن ذَكَرٍ أَوْ أُنثَى وَهُوَ مُؤْمِنٌ فَلَنُحْيِيَنَّهُ حَيَاةً طَيِّبَةً وَلَنَجْزِيَنَّهُمْ أَجْرَهُم بِأَحْسَنِ مَا كَانُواْ يَعْمَلُونَ

ผู้ใดปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีโดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น เราจะให้เขามีการดำรงชีวิตอย่างดี และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาอันเป็นรางวัลของพวกเขา เนื่องจากความดีงามที่พวกเขาได้กระทำไว้ (อัน นะฮฺลิ / ๙๗)

ประโยชน์ของศาสนาทีมีต่อสังคม

มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่รวมกันมีส่วนร่วมรับผิดชอบในผลกำไร การขาดทุน เกียรติยศ ความไร้เกียรติ ชีวิต และความตาย มนุษย์มีแนวความคิดและความรู้สึกคล้ายกันจึงได้จัดตั้งสังคมขึ้นมา

สังคมที่ดีเปรียบเสมือนเรือนร่างของมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งวางอยู่บนเงื่อนไขส่วนบุคคล สังคมที่ดีต้องวางอยู่บนหลักการ ๓ ประการซึ่งถือว่าเป็นแก่นทีมีความสำคัญจึงจะทำให้สังคมมีความสมบูรณ์ มีความมั่นคง มีความสงบสุขและสามารถดำรงสืบต่อไปได้ และที่สำคัญเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับสมาชิกในสังคม

 ซึ่งหลักการ ๓ ประการอันเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมได้แก่

ความรักที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เอกภาพ และการมีความรู้สึกร่วมระหว่างสมาชิกในสังคม

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ชั่วร้ายและการเอาเปรียบคนอื่น

ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง

ประการที่ ๑. ประโยชน์สำคัญของศาสนาที่มีต่อสังคมคือ สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเป็นพี่น้อง และเอกภาพในสังคม และศาสนายังมีบทบาทสำคัญที่สุดในการประสานดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน อัล-กุรอานกล่าวว่า

وَاعْتَصِمُواْ بِحَبْلِ اللّهِ جَمِيعًا وَلاَ تَفَرَّقُواْ وَاذْكُرُواْ نِعْمَةَ اللّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا

และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้อมกัน จงอย่าแตกแยกกันและจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกันพระองค์ได้ทรงประสานระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วยความโปรดปรานของพระองค์ (อาลิอิมรอน / ๑๐๓)

ประการที่ ๒. ศาสนาเป็นตัวป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีและการเอาเปรียบที่เกิดสังคม หรืออย่างน้อยที่สุดได้ลดพฤติกรรมที่เลวร้ายเหล่านั้นลงไป ศาสนาได้ขจัดเจตนารมณ์ที่ไม่ดีอันเป็นบ่อเกิดของความเลวร้ายในสังคมให้หมดไป ศาสนาเป็นโซ่ตรวนที่คอยผูกมัดมือและเท้าที่เป็นความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในใจของมนุษย์ โดยมุ่งมั่นส่งเสริมให้มนุษย์กระทำความผิด ศาสนาเป็นอุปสรรคขว้างกั้นและยับยั้งไม่ให้มนุษย์ชักชวน หรือบีบบังคับให้คนอื่นทำความผิด หรือทำบาประหว่างมนุษย์ด้วยกัน และศาสนายังได้สนับสนุนให้มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางครอบครัว อัล-กุรอานกล่าวว่า

اِنَّ اللّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإِحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

แท้จริงอัลลอฮฺทรงบัญชาให้มีความยุติธรรม มีคุณธรรม และช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ญาติสนิทและให้ละเว้นการทำลามกอนาจารและการอธรรม พระองค์ทรงเตือนพวกเจ้าเพื่อพวกเจ้าจะได้สำนึก (อัน นะฮฺลิ / ๙๐)

ประการที่ ๓. ศาสนาสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนช่วยเหลือกันและกันในกิจการงาน การสร้างความดี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความสามัคคีและร่วมมือกันป้องกันไม่ให้สังคมทำบาป ห้ามไม่ให้สร้างความขัดแย้งและการเป็นศัตรูกัน ช่วยเหลือกันให้รอดพ้นการลงโทษในวันแห่งการตัดสิน อัล-กุรอานกล่าวว่า

وَتَعَاوَنُواْ عَلَى الْبرِّ وَالتَّقْوَى وَلاَ تَعَاوَنُواْ عَلَى الإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ وَاتَّقُواْ اللّهَ إِنَّ اللّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ

และพวกจงช่วยเหลือกันในคุณธรรมและความยำเกรง แต่จงอย่าช่วยกันในเรื่องบาป และการเป็นศัตรูต่อกัน พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺทรงลงโทษอย่างรุนแรง (มาอิดะฮฺ /๒)

สรุปได้ว่าศาสนาพร้อมกฎระเบียบที่กำหนดขึ้นพร้อมกับมนุษย์ได้สร้างสังคมให้เกิดขึ้น ซึ่งจิตวิญญาณที่แท้จริงของสังคมคือความดีสัมบูรณ์ หรืออีกนัยหนึ่งโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงของศาสนานั่นเองที่ทำให้มนุษย์พบกับความสมบูรณ์ มีความเจริญก้าวหน้าและทำให้สมาชิกในสังคมพบกับความสุขถาวรทั้งโลกนี้และโลกหน้า อินชาอัลลอฮฺ

จากคำอธิบายที่ผ่านมาทำให้ทราบถึงความหมาย ความจำเป็น และประโยชน์โดยสังเขปของศาสนาแล้วลำดับต่อไปจะกล่าวถึงประเด็นหลักสำคัญ ๓ ประการของศาสนาคือ หลักความศรัทธา จริยศาสตร์ และหลักการปฏิบัติ ซึ่งสิ่งที่จะอธิบายตรงนี้คือหลักความศรัทธาแต่ก่อนที่จะเข้าไปสู่ประเด็นดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกล่าวถึงประเด็นต่อไปนี้เสียก่อน